Monthly Archives: October 2015

บริบทของโลกยุคเศรษฐกิจบริการในปัจจุบัน

โลกยุคหลังอุตสาหกรรมคือชื่อเรียกขานโลกในยุคปัจจุบัน เนื่องด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจ มีความแตกต่างไปจากยุคก่อนหน้าหรือยุคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นยุคที่โลกของเราถูกผลักดัน ด้วยการแข่งขันของแต่ละปัจเจกบุคคลหรือองค์กร ผ่านการพัฒนาความสามารถและเทคโนโลยีทางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเพื่อความมั่งคั่งในที่สุด อย่างไรก็ดี โลกยุคหลังอุตสาหกรรม แต่ละปัจเจกบุคคลหรือองค์กร ยังคงดิ้นรนต่อสู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบทางการแข่งขันและเพื่อความมั่งคั่งในบั้นปลายเช่นเดิม หากแต่ความสำเร็จดังกล่าว กลับถูกขับเคลื่อน ผ่านการสร้างเข้าถึงและได้มาซึ่งข้อมูล สำหรับการสร้างองค์ความรู้ เพื่อให้ได้มาซึ่งความเข้าใจในองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการแข่งขัน และนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนมากกว่าเดิม นอกจากโลกในปัจจุบันจะได้ชื่อว่าเป็นโลกยุคหลังอุตสาหกรรมมันยังถูกเรียกขานในอีกหลายชื่อตั้งแต่โลกยุคข้อมูลข่าวสารโลกยุคเศรษฐกิจองค์ความรู้และโลกยุคเศรษฐกิจบริการซึ่งชื่อทั้งหมดข้างต้น แตกต่างกันไปตามบริบทและมุมองของผู้รู้ในแต่ละด้าน แน่นอนว่า เมื่อมองจากบริบทของโลกยุคข้อมูลข่าวสารและโลกยุคเศรษฐกิจองค์ความรู้ผู้รู้จากทั้งสองบริบทดังกล่าว ตระหนักถึงปรากฏการณ์ที่ข้อมูลและองค์ความรู้เป็นตัวแปรสำคัญทางสังคมและเศรษฐกิจจนส่งผลถึงการได้มาซึ่งชื่อของยุค ส่วนในบริบทของโลกยุคเศรษฐกิจบริการ แม้ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าว อาจสะท้อนออกมาไม่ชัดเจน อย่างในสองบริบทแรก แต่ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า ในยุคของเศรษฐกิจบริการ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค มีความต้องการบริโภคข้อมูล เพิ่มขึ้นอย่างมากนั่นคือในขณะที่ผู้ผลิต จำเป็นที่จะต้องสร้างและใช้งานฐานข้อมูลลูกค้า พร้อมทั้งฐานข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้มาซึ่ง การพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งความเข้าใจในตลาดและความต้องการของลูกค้า ที่จะทำให้ตนสามารถสร้างสินค้าพร้อมกับบริการ ที่มีประสิทธิภาพตรงและทันกับความต้องการ ของลูกค้า ซึ่งมีความหลากหลายมากขึ้นได้ในขณะเดียวกัน ลูกค้าก็จำต้องบริโภคข้อมูลมากขึ้นเช่นกัน เพื่อศึกษาสินค้าและบริการ ที่มีมากมายอยู่ในตลาด และเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งในแง่ของจำนวนและข้อมูลสินค้า เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ดีที่สุด ที่ตรงกับเงื่อนไขและความต้องการ

ความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของไทย

สำหรับภาคอุตสาหกรรม เมื่อดูจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่ลดลงร้อยละ 4 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงการเมืองภายในประเทศที่กำลังอยู่ในระหว่างเข้ารูปเข้ารอย การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนในสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง การพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพ และทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศเมื่อเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบโดยตรง การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อต่อสู้ในระบบเศรษฐกิจ โลก และเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ภาคอุตสาหกรรมไทยจึงจำเป็นต้องมุ่งแสวงหาแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ โดยปรับเปลี่ยนจากเศรษฐกิจยุคเก่าที่ใช้ทรัพย์สินที่จับต้องได้ หรือปัจจัยการผลิตดั้งเดิม ได้แก่ที่ดิน แรงงาน และทุน เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ใช้ทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ หรือทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างสรรค์มูลค่าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ โดยเน้นความคิดสร้างสรรค์มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่า/สร้างมูลค่าให้กับสินค้ากลุ่มที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันอยู่แล้ว รวมถึงการมุ่งเน้น ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ/ความสามารถหลักเป็นการเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้การพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อต่อสู้ในระบบเศรษฐกิจโลก และเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เป็นไปอย่างมีระบบและ ประสิทธิภาพสูงสุด การจัดตั้ง AEC อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภาคอุตสาหกรรมไทยได้อาทิ สินค้าของประเทศอาเซียนอื่นเข้าสู่ตลาดไทยได้โดยไม่มีภาระภาษีทำให้ผู้ประกอบการไทยต้อง แข่งขันมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาไทยกลับมีมูลค่าการส่งออกไปยังอาเซียนสูงกว่าการนำเข้าจากอาเซียน ในด้านการลงทุน หากประเทศไทยไม่มีการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานประสิทธิภาพ การผลิตของแรงงาน และไม่มีการปรับปรุงกฎระเบียบกฎหมายให้มีความ ทันสมัยไม่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุน อาจทำให้มีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศ อื่นๆ ใน ASEAN ที่เหมาะสมกว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีอาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงานมีฝีมือของไทยไป ประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า เช่น สิงคโปร์มาเลเซีย และบรูไน […]