Monthly Archives: November 2014

ช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในกิจการอุตสาหกรรม

กิจการอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่ใหญ่ อยู่ในรูปของห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือรูปแบบบริษัท มุ่งเน้นไปที่ด้านการผลิตสินค้า หรือมุ่งเน้นไปทางด้านการให้บริการ เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมด้านการคมนาคม ส่วนในกลุ่มของอุตสาหกรรมด้านการผลิต มีดังนี้ อุตสาหกรรมเครื่องหนัง อุตสาหกรรมเครื่องประดับ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องตกแต่งบ้าน อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมผ้า เป็นต้น ตลาดอุตสาหกรรม ผู้ที่มาซื้อสินค้าไม่ใช้ผู้ซื้อโดยทั่วไป แต่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ หรือหน่วยงานราชการ ที่จะเข้ามาจัดหาสินค้าและบริการต่างๆเพื่อนำไปผลิตสินค้าแล้วนำไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง เนื่องจากองค์กรธุรกิจต่างๆไม่ได้เพียงแต่ขายสินค้าเท่านั้น ยังต้องอาศัยชิ้นส่วนประกอบ โรงงาน เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งผู้ที่จัดจำหน่ายต้องเข้าใจถึงความต้องการขององค์กรต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละองค์กร และแตกต่างจากบุคคลทั่วไป ในการผลิตสินค้าของกิจการอุตสาหกรรมจะต้องซื้อวัตถุดิบมาแปรสภาพให้เป็นสินค้าสำเร็จรูปโดยมีคนงานช่วยผลิต และมีค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน นอกจากนี้ยังต้องจ่ายในส่วนของค่าไฟฟ้า วัสดุต่างๆที่ใช้ไป เมื่อผลิตสินค้าเสร็จเป็นสินค้าสำเร็จรูปก็จะโอนไปจำหน่ายให้ลูกค้า อาจเป็นทั้งจำหน่ายปลีกหรือจำหน่ายส่งต่อไปซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเช่นเดียวกับกิจการ ซื้อ – ขาย สินค้าตามปกติ สินค้าและปริมาณเงินจะมีมากอย่างเห็นได้ชัด ในกระบวนการผลิตทั่วไปจะประกอบด้วยหลากหลายขั้น ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นจะต้องผ่านการจัดหาวัสดุและทำการส่งต่อไปยังโรงงานถัดไป เมื่อผลิตเรียบร้อยแล้วจึงนำไปขายส่งให้กับผู้ค้าปลีกต่อไป และผู้ค้าปลีกจึงนำไปขายต่อให้กับผู้บริโภคในที่สุด  จะเห็นได้ว่าก่อนที่จะเป็นการขายสินค้าให้กับผู้บริโภคครั้งหนึ่งนั้น มีการซื้อขายระหว่างองค์กรต่างๆมากถึง 4 ครั้ง และภาคอุตสาหกรรมจะต้องมีการซื้อขายกันอยู่ตลอดเวลา ทำให้อุตสาหกรรมเป็นตลาดที่ใหญ่และมีมูลค่าในการผลิตที่สูง ในส่วนของการตลาดภาคอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง ทำให้เป็นเรื่องยากที่องค์กรใหม่ๆจะเข้าไปแทนที่องค์กรเดิมที่มีอยู่แล้วได้ เพราะส่วนใหญ่คู่ข้าจะผูกขาดสินค้าและบริการของกันและกัน ความได้เปรียบและช่วงชิงตลาดจึงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความเหมาะสมด้านคุณภาพที่ได้ผลิตตัวสินค้าออกไป