ความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของไทย

ความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของไทย
สำหรับภาคอุตสาหกรรม เมื่อดูจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่ลดลงร้อยละ 4 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมถึงการเมืองภายในประเทศที่กำลังอยู่ในระหว่างเข้ารูปเข้ารอย การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนในสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง การพัฒนาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพ และทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศเมื่อเผชิญกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจจึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบโดยตรง การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อต่อสู้ในระบบเศรษฐกิจ โลก และเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC

ภาคอุตสาหกรรมไทยจึงจำเป็นต้องมุ่งแสวงหาแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ โดยปรับเปลี่ยนจากเศรษฐกิจยุคเก่าที่ใช้ทรัพย์สินที่จับต้องได้ หรือปัจจัยการผลิตดั้งเดิม ได้แก่ที่ดิน แรงงาน และทุน เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ใช้ทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ หรือทรัพย์สินทางปัญญา และการสร้างสรรค์มูลค่าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ โดยเน้นความคิดสร้างสรรค์มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มคุณค่า/สร้างมูลค่าให้กับสินค้ากลุ่มที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันอยู่แล้ว รวมถึงการมุ่งเน้น ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ/ความสามารถหลักเป็นการเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้การพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อต่อสู้ในระบบเศรษฐกิจโลก และเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เป็นไปอย่างมีระบบและ ประสิทธิภาพสูงสุด

การจัดตั้ง AEC อาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภาคอุตสาหกรรมไทยได้อาทิ

  1. สินค้าของประเทศอาเซียนอื่นเข้าสู่ตลาดไทยได้โดยไม่มีภาระภาษีทำให้ผู้ประกอบการไทยต้อง แข่งขันมากขึ้น แต่ที่ผ่านมาไทยกลับมีมูลค่าการส่งออกไปยังอาเซียนสูงกว่าการนำเข้าจากอาเซียน
  2. ในด้านการลงทุน หากประเทศไทยไม่มีการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานประสิทธิภาพ การผลิตของแรงงาน และไม่มีการปรับปรุงกฎระเบียบกฎหมายให้มีความ ทันสมัยไม่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุน อาจทำให้มีการย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศ อื่นๆ ใน ASEAN ที่เหมาะสมกว่า
  3. การเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีอาจทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงานมีฝีมือของไทยไป ประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า เช่น สิงคโปร์มาเลเซีย และบรูไน และต้องจ้างแรงงานต่างด้าวจาก ประเทศที่ค่าแรงถูกกว่าเข้ามา อาจก่อปัญหาด้านสังคม และเนื่องจากทิศทางนโยบายของไทยคือ การเป็น “รัฐสวัสดิการ” ทำให้งบประมาณของรัฐส่วนหนึ่งจะไปเป็นสวัสดิการของแรงงานต่างด้าว
  4. ตลาดสินค้าในประเทศ หากตลาดภายในของไทยยังไม่มีกลไกในการป้องกัน ไม่ให้สินค้าคุณภาพต่ำกว่าที่ผลิตได้ในประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นเข้ามาขายในประเทศมากขึ้น ก็จะ ทำให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยที่มีเป้าหมายในการพัฒนาในอุตสาหกรรมที่มี คุณภาพสูงขึ้นอาจเกิดปัญหาอุปสรรคได้เนื่องจากไม่มีตลาดภายในประเทศรองรับ รวมทั้งอาจ ส่งผลทางจิตวิทยาแก่ผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตได้